How เหม็น is เต้าหู้เหม็น (ตอนที่ 3)
posted on 09 Oct 2009 02:53 by sillyrabbitหายไปสิงค์โปรและยังต่อด้วยเกาะกูด ก็เลยไม่ได้อั๊พ แหะๆ
ฝนเริ่มตกลงมาปรอยๆตอนที่คณะทัวร์ของเรามาถึงที่ตลาดซื่อหลิน Night Market ตัวตลาดเป็นถนนยาวๆและมีร้านค้าตลอดสองฝั่ง ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วร้านค้าเหล่านั้นก็จะขายพวกเสื้อผ้าและเครื่องประดับทั่วๆไป ไกด์บอกเวลาให้เราแยกย้ายกันไปซื้อของกันตามสบาย แล้วให้กลับเจอกันที่ๆตรงนี้ในอีก 1 ชั่วโมงครึ่งข้างหน้า
ผมกางร่มออกมาแล้วกางเผื่อให้พี่ยู้ ด้วยร่มที่มีอยู่แค่คันเดียว ผมเลยตามใจพี่ยู้ด้วยการเป็นผู้ตาม ปล่อยให้พี่ยู้ได้ไปเป็นฝ่ายเดินนำไปตามร้านต่างๆที่พี่ยู้สนใจอยากจะดู ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ไม่ใช่เรื่องชวนเสียหายซักเท่าไหร่ เพราะว่าจากที่ผมลองดูเสื้อผ้าและสินต้าต่างๆที่ขายอยู่ในตลาดนี้แล้วนั้น ส่วนใหญ่แล้วก็ไม่ค่อยจะมีอะไรที่น่าสนใจ ของที่ขายที่นี่ส่วนใหญ่คล้ายกับของที่ขายในไทย ราคาก็พอๆกัน จะต่างกันก็ตรงที่พี่ยู้ของผมเนี่ยล่ะ ที่ดูจะเทิดทูนและชื่นชมแบรนด์ของที่นี่เป็นพิเศษ โดยเฉพาะเสื้อผ้ายี่ห้อง Hang Ten ที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปฝ่าเท้าคู่ (ตีนคู่) ที่ดูๆภายนอกแล้วแสนจะธรรมดา แต่พี่ยู้แกก็เล่นเหมาเสื้อโปโลของร้านนี้ไป 4 – 5 ตัวเลยทีเดียว
ผมเดินตามพี่ยู้ไปทุกร้าน แล้วก็ยืนรอพี่เค้าเลือกซื้อเสื้อผ้า ระหว่างนั้นก็มองดูหนุ่มสาวไต้หวันที่เดินผ่านไปมา ผู้หญิงที่นี่ค่อนข้างหน้าตาดี ส่วนหน้าตาของผู้ชายนั้นจัดว่าไม่ได้เรื่อง (แต่งตัวก็ไม่ได้เรื่อง) สาวๆที่นี่ส่วนใหญ่ชอบใส่กางเกงขาสั้น โชว์ขายาวๆสวยๆ ช่างเป็นเรื่องน่าแปลกใจจริงๆ ที่ผู้หญิงที่นี่ส่วนใหญ่จะมีขาที่ เรียวยาว – สวย กันแทบทุกคน (เสียใจนะฮะที่ไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดู) หลังจากที่พี่ยู้ตัดสินใจหยุดซื้อเนื่องจากว่าได้ตระหนักถึงหนี้สินที่จะตามมาหลังจากได้กระหน่ำรูดบัตรเครดิตไปเยอะ ผมก็ถามพนักงานขายของร้านสุดท้ายที่เราซื้อว่า วัยรุ่นที่นี่ชอบไปเที่ยวผับไหนกัน พนักงานทำหน้าไม่แน่ใจ เพราะว่าเธอไม่ได้มากจากไทเป แต่ก็เขียนชื่อของผับลงมาบนกระดาษให้ผม 2 ชื่อ ก่อนที่เราจะเดินออกมาจากร้าน แล้วกลับไปที่จุดนัดพบเพื่อหาอะไรกิน
จากจุดแรกที่ไกด์ให้เราแยกย้ายกันไปซื้อของ ที่นั่นมีร้านขายของกินรวมกันอยู่เยอะๆ ดูๆไปแล้วก็จะคล้ายๆกับตลาดโต้รุ่งบ้านเรา มีพวกของปิ้ง ขาหมู ของทอด ฯลฯ เราตัดสินใจนั่งลงที่ร้านๆนึงที่พี่ยู้บอกว่าเคยหนีออกมากินสมัยที่มาเรียนภาษาที่นี่ เราสั่งข้าวหน้าหมู และน้ำซุปอะไรซักอย่างแล้วก็แบ่งกันกิน กินกันไปได้ซักพัก คุณอาหลงไกด์ของเราก็เดินมาที่ร้านนี้พอดี ก็เลยมาร่วมโต๊ะด้วย พร้อมกับสั่ง ‘เต้าหู้เหม็น’ หรือที่เค้าเรียกกันว่า ‘โช่วโต้วฟู๋’ มากิน
ภาพนี้ถ่ายทันก่อนที่เด็กคนนี้จะรู้ตัวว่าถูกถ่าย แล้ววิ่งหนี ~
น้ำที่คล้ายๆเก๊กฮวย
ผลไม้เชื่อมเสียบไม้ครับ
น้ำแข็งใสถ้วยยักษ์ !
ในกะทะเนี่ยแหล่ะ 'เต้าหู้เหม้น' อันเลื่องชื่อ
ทันทีที่จานเต้าหู้เหม็นมาถึง กลิ่นก็โชยมาแต่ไกล ซึ่งจริงๆแล้วก่อนหน้านี้เวลาเดินผ่านร้านที่ขายเต้าหู้เหม็นก็เคยได้กลิ่นมาก่อนแล้วบ้าง เต้าหู้ที่ผ่านการหมักมาเป็นพิเศษ ทำให้คนไต้หวันเชื่อกันว่า ‘ยิ่งเหม็นยิ่งอร่อย’ ซึ่งจะว่าไปแล้วก็คงไม่ต่างอะไรกับอาหารบ้านเราที่มีทั้ง ปลาร้า และ ปลาเค็ม ที่มีกลิ่นแรงพอๆกัน
อาหลงแกะซองตะเกียบแล้วคีบเต้าหู้เหม็นใส่ปากแล้วร้อง ‘อ่าห์’ อย่างมีความสุข
ด้วยความสงสัย ผมจึงลองคีบเต้าหู้เหม็นใส่ปากเพื่อลองชิมดูบ้าง
‘อ่าห์’
ผมร้องออกมา ...
แม่งเหม็นเหมือนอมขี้ไว้ในปากเลย ... ให้ตายเถอะ !!!
อ่านแล้วหิววว หิวตอนตีสี่แล้วจะกินอะไรดี เงี๊ยยย
ชาติไหนๆก็ต้องมีอาหารเหม็นๆ
#1 By Bickboon on 2009-10-09 03:39