เมื่อหลายวันก่อนผมมีโอกาสได้เจอกับเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานานกว่า 14 ปี เราเคยเรียนด้วยกันเมื่อสมัยที่ผมอยู่อิตาลี เธอเป็นคนที่ผมเคยปิ๊งเมื่อสมัยเด็กๆ และเธอชื่อว่าฮันน่า

 

ฮันน่าเป็นคนฟินแลนด์ พ่อของเธอทำงานอยู่องค์การอาหารและยา ก็เลยทำให้เธอต้องย้ายมาอยู่ที่ประเทศอิตาลี ในวัยเด็กเธอเป็นสาวผมบลอนด์ที่ป็อบปูล่ามาก เธอน่าจะเป็นคนแรกๆที่ริเริ่มเทรนด์ในการคบกับใครซักคนเป็นแฟน ตอนนั้นพวกเราเพิ่งจะอายุ 13 ปี การได้ชอบใครซักคนและการได้ขอใครซักคนเป็นแฟน เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมากๆ พอเล่ามาถึงตรงนี้ คุณอาจจะสงสัยว่าผมกับฮันน่าเคยเป็นแฟนกันรึปล่าว คำตอบก็คือว่า เปล่าเลย ผมไม่เคยได้เป็นแฟนกับเธอหรอก จะว่าไปแล้ว ผมไม่เคยได้เป็นแฟนกับใครเลยตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผมอยู่ที่นั่น ผมเป็นเพียงเด็กเอเชียหน้าตาแหยๆ ที่ไม่ค่อยเท่ห์ซักเท่าไหร่ ผมย้ายเข้ามาเรียนในโรงเรียนอังกฤษที่เต็มไปด้วยฝรั่ง และแน่นอนว่าด้วยภูมิความรู้ภาษาอังกฤษของเด็ก ป.5 ผมสามารถพุดภาษาอังกฤษได้คล่องปรื๋อมากๆ  

 

Good morning ?

How are you ?

What’s your name ?

Where’re you from ?

 

ผมพูดได้แค่นี้ มากกว่านี้หรือตอบมาเป็นชื่อประเทศที่แปลกๆหรือตอบอะไรยาวๆมามากกว่านี้ ผมไม่เข้าใจ พ่อของผมมาประจำเป็นทูตทหารเรือประจำกรุงโรม ประเทศอิตาลี ส่วนผมและครอบครัวก็แค่ตามมาด้วย ภาษาอังกฤษของผมที่ว่าแย่แล้ว ผมกลับต้องเจออะไรที่แย่ไปกว่านั้นอีก นั่นก็คือผมต้องเรียนภาษาฝรั่งเศสและภาษาอิตาเลี่ยนเพิ่ม ผมพยายามเรียนทั้ง 3 ภาษาอย่างกระท่อนกระแท่น ภาษาอังกฤษอย่างเดียวยังไปไม่รอดเลย ยังต้องมาเรียนภาษาอื่นที่สอนด้วยภาษาอังกฤษอีก ในไม่ช้าผมก็ถูกตัดวิชาภาษาฝรั่งเศสออกจากภาษาต่างประเทศที่ต้องเรียน และเวลาที่เพื่อนๆไปเรียนภาษาฝรั่งเศส ผมก็ต้องไปนั่งเรียนวิชาภาษาอังกฤษ คนเดียว เชื่อหรือยังครับ ว่าผมมันไม่เท่ห์เอาเสียเลย ผิดกับฮันน่า ที่เธอทั้งสวย ทั้งเท่ห์ ทั้งเก่ง เรียนก็ดี กีฬาก็เด่น ไม่แปลกเลยที่เธอจะมีผู้ชายวนเวียนมาบอกว่าชอบ แล้วก็ขอเป็นแฟนด้วยเสมอๆ และฮันน่าก็จะตอบตกลงแทบจะทุกคน ซึ่งถ้าจะให้นับ ด้วยความที่โรงเรียนเป็นเพียงโรงเรียนในชานเมืองเล็กๆ จะให้พูดว่าฮันน่าเคยเป็นแฟนกับนักเรียนชายเกือบหมดทั้งโรงเรียน ก็คงไม่ผิด แต่นั่นก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่ฟังดูแล้วไม่ดีสักหน่อย เพราะจริงๆแล้วการเป็นแฟนของเด็กๆอย่างพวกเรา ก็มีแค่เดินไปเดินมาจับมือกัน แล้วก็มีจุ๊บกันบ้างนิดๆหน่อยๆให้พอเขินเท่านั้นเอง ซึ่งทั้งหมดนั้นก็ไม่เกี่ยวอะไรกับผม เพราะผมไม่เคยบอกเธอว่าชอบหรือขอเธอเป็นแฟน ผมเก็บความรู้สึกชอบเธอไว้เงียบๆ แล้วก็เปลี่ยนไปชอบคนอื่นแบบเงียบๆและบางครั้งก็แบบไม่เงียบแทน เวลาที่อิตาลีผ่านไป 3 ปี ผมกลับมาอยู่ที่เมืองไทย แล้วเราก็เพิ่งหากันจนเจออีกครั้งใน facebook เมื่อปีที่ผ่านมา

 

มันเป็นเรื่องน่าตลกที่ครั้งสุดท้ายที่เราจากกัน โรงเรียนของเราเพิ่งจะซื้อคอมพิวเตอร์มาใหม่ แล้วก็เพิ่งจะเริ่มสอนโปรแกรมวินโดว์ให้กับเด็กๆ ซึ่งถ้าคุณสงสัยหรือเกิดคำถามในใจว่าก่อนหน้านั้น หน้าจอของคอมพิวเตอร์สมัยนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร คำตอบก็คือเป็น จอดำๆที่มีตัวหนังสือเป็นสีเขียวเรืองแสงเหมือนในหนังสายลับเชยๆนั่นเอง 14 ปีของการพัฒนาของคอมพิวเตอร์ ใครจะไปเชื่อว่า อินเตอร์เน็ต จะทำให้เหล่าบรรดาเพื่อนๆที่พลัดพรากได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง พวกเราทุกคนล้วนโหยหาความทรงจำในวัยเด็กที่ขาดหาย เพื่อนของผมบางคนถึงขั้นเสิร์ชค้นหาชื่อของผมจาก กูเกิ้ล ก่อนที่จะมาเจอกันจนได้ใน facebook

 

ข้อความใน facebook จากฮันน่าถูกส่งมาเพื่อบอกว่า

 

เธอจะเดินทางไปเขมรและแวะมาเที่ยวต่อที่เมืองไทย 3 วัน ... ถ้าผมว่าง คงจะดีไม่น้อยถ้าเราจะได้เจอกัน

 

ทันทีที่ผมได้เห็นข้อความ ผมเกิดความรู้สึกทั้งดีใจและลำบากใจ ผมดีใจที่จะได้เจอฮันน่า (ที่มากับแฟน) แต่ผมก็กำลังลำบากใจ เพราะว่าสถานะการเงินของผมกำลังตกอยู่ในสถานะที่ไม่สู้ดีซักเท่าไหร่ภายหลังจากที่ต้องจ่ายภาษีเพิ่มไปถึง 2 หมื่นกว่าบาท แต่อย่างไรก็ตามในเมื่อเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันตั้งนานอุตสาห์มาและนึกถึง ผมก็จะต้องให้การต้อนรับแบบสุดความสามารถ

 

การได้เจอกับฮันน่าเป็นเรื่องที่สนุก ผมกอดเธออย่างเขินๆที่สนามบิน เราคุยกันถึงเรื่องนิสัย การศึกษา การงาน วัฒนธรรม และการเมือง ที่ประเทศฟินแลนด์กำลังมืดทั้งวันทั้งคืนเป็นเวลา 3 เดือน พวกเธอ (เธอและแฟน) ก็เลยเดินทางมาเที่ยวประเทศที่แดดออกเป็นปกติแบบเขมรแล้วก็ไทย ผมพาเธอไปเยาวราช เรากินอาหารทะเลกัน รุ่งขึ้นผมพาเธอไปวัด ไปช๊อปปิ้ง แล้ววันสุดท้ายไปตลาดน้ำดำเนินสะดวก ทุกๆเย็นๆเราจะนั่งคุยกันเป็นชั่วโมงๆระลึกถึงวันเก่าๆ ซึ่งเต็มไปด้วยบทสนทนาขำๆและแปลกๆ เช่น

 

ผม : แต่ก่อนจำได้มั้ยที่โรงเรียนจะพาพวกเราไปเที่ยวเมืองนีซ แล้วเธอกับพวกผู้หญิงก็ดันงี่เง่าที่คิดจะประท้วงเพื่อขอไปประเทศอื่นที่ไกลกว่าฝรั่งเศส ?

 

ฮันน่า : จำได้มั้ยว่าเธอเคยชอบมาทิน่า ?

ผม : จำได้ๆ มาดูอีกทีใน facebook ไหงหน้าเหมือนม้าขนาดนี้ก็ไม่รู้ !

 

ผม : ไหนจะเรเชลอีก รูปโปรไฟล์ใน facebook อืดจนหน้าจะล้นกรอบอยู่แล้ว

ฮันน่า : ฮ่าๆ

ผม : ไม่อยากเชื่อเลยว่าแต่ก่อนเคยจะทะเลาะกับจอห์นเพื่อแย่งยัยนี่ด้วย

ฮันน่า : ฮ่าๆ

 

ผม : จำได้มั้ยว่าเวลาวันเกิดแล้วจะต้องมีเต้นรำกันด้วย ?

ฮันน่า : จำได้ๆ

ผม : ที่จะต้องปิดไฟ แล้วก็เปิดเพลงช้า จับคู่กันเต้นรำ

ฮันน่า : แล้วแอนดรูว์ที่ไม่มีใครอยากเต้นรำด้วยก็จะไปนั่งถือไฟฉายแกว่งไปมา ให้เหมือนไฟในดิสโก้

ผม : ฮ่าๆ

ฮันน่า : จริงๆแล้วฉันเป็นคนแรกที่คิดค้นการเต้นรำนี้ขึ้นมานะเนี่ย !

 

ผม : จำได้มั้ยเมื่อตอนที่โรงเรียนมีพาไปเข้าค่ายที่ฟาร์มเมืองพาสซิงยาโน่ แล้วพอตอนดึกๆพวกเธอก็ชอบมาชวนผมและเพื่อนออกไปข้างนอก

ฮันน่า : ฮ่าๆ ใช่ๆ แต่เธอกลัว ...

ผม : ไม่ได้กลัว แต่ขี้เกียจไป

ฮันน่า : ตอนนั้น อยู่ๆมิสิสฟรานเชสกินี่ (อาจาร์ยใหญ่) ก็เข้ามา แล้วฉันก็ต้องกระโดดเข้าไปแอบในเตียงเธอ

ผม : ฮ่าๆ ตอนนั้น อารีธ่ากับฟาเบีย ก็มาด้วยนี่

 

ผม : ยังจำได้เลยที่ฟาเบีย เคยเขียนจดหมายรักให้ แล้วบอกว่าเป็นแฟนกันนะ ไม่ต้องมีจูบกันก็ได้

ฮันน่า : ฮ่าๆ

 

ผม : แล้วจำได้มั้ย ตอนที่เราชอบญาติเธอที่ชื่อ อานู แล้วเราก็ไปเดินเล่นกัน 3 คน

ฮันน่า : อืมมม น่าจะจำได้นะ

ผม : แล้วอยู่ๆเธอก็พูดโพร่งออกมาถามเราว่า นายมีสเปิร์มหรือเปล่า ?”

ฮันน่า : ฮ่าๆๆๆๆ

ผม : เพราะเมื่อคืนเธอไปค้างบ้าน อานู แล้วบ้านหล่อนก็มีเคเบิ้ลทีวีที่มีหนังโป๊ พอเธอได้ดูเธอก็มาถามฉัน

ฮันน่า : ฮ่าๆๆๆๆ

 

เรื่องเก่าๆในวัยเด็ก ทำเอาพวกเราหัวเราะจนหน้าแดง บทสนทนาพาเอาพวกเราระลึกถึงความหลังหลายต่อหลายเรื่อง ทุกเรื่องถูกขุดขึ้นมาพูดคุยเพื่อหวนรำลึกความทรงจำ เราหัวเราะกันอย่างมีความสุข จนมาถึงคำถามพื้นๆที่ผมถามออกไป

 

ว่ามีใครตายบ้างไหม ?

 

ฮันน่าตอบกลับมาว่ามี

 

คือ มิสดอว์

 

ความรู้สึกของผมรู้สึกเหมือนถูกดูดจมหายลงไปในความว่างเปล่า มิสดอว์ เป็นครูที่มาใหม่ตอนผมอยู่ ม.1 เธอเริ่มจากมาสอนวิชาศิลปะ แล้วก็มาเป็นครูประจำชั้นตอน ม.2 พร้อมๆกับสอนวิชาภาษาอังกฤษ มิสดอว์เป็นครูสาวที่อายุน้อย เธอไม่ได้เป็นคนสวย แต่เธอมักจะร่าเริงอยู่เสมอ ตัวสูง ผมสั้น หน้าตกกระเยอะๆ มีบ้างบางครั้งที่เธอโกรธพวกเรา แต่เธอก็จะท้าวสะเอว แล้วมองจ้องพวกเราแบบกึ่งเล่นกึ่งจริง แล้วก็หัวเราะ สิ่งสำคัญที่ทำให้มิสดอว์ต่างจากครูคนอื่น นั่นก็คือเธอเป็นครูคนแรกที่ให้นักเรียนช่วยกันเขียนบทละครคริสต์มาส แล้วก็แบ่งบทให้นักเรียนทุกคนมีบทพูดและความเด่นไล่เลี่ยกัน ซึ่งสำหรับผมที่ปีแรกไม่มีบทพูด และปีที่สองมีแค่ ประโยคสั้นๆประโยคเดียวนั้น ทำให้ผมรู้สึกดีมากๆเลยทีเดียว ปีนั้นละครเป็นเรื่องเกี่ยวกับภูตไฟบนภูเขาแห่งหนึ่งในรัสเซีย พวกเราช่วยกันทำฉาก ทำชุด มีท่าเต้น มีร้องเพลง ผมจำได้ดีว่ามันเป็นละครที่สนุกมาก

 

อีกหนึ่งเรื่องที่ผมรู้สึกดีกับมิสดอว์ ก็คือมีอยู่มาวันหนึ่ง เพื่อนของผมกำลังอ่านการ์ตูนที่ผมเขียนในเวลาเรียน แล้วมิสดอว์ก็หยิบไปอ่าน แต่แทนที่เธอจะโกรธ เธอกลับชมผมด้วยดวงตาที่เป็นประกาย พร้อมกับถามผมว่า

 

โตขึ้นอยากเป็นนักเขียนการ์ตูนเหรอ ?

 

แล้วมิสดอว์ก็ชื่นชมผมอีกหลายครั้ง พูดซ้ำๆไปมาว่าผมมีพรสวรรค์ คำพูดเหล่านั้นทำผมรู้สึกว่าตัวเองมีความพิเศษ รู้สึกดีใจที่ความสามรถที่เราภูมิใจ ได้รับคำชมจากผู้ใหญ่

 

มิสดอว์ป่วยเป็นโรคมะเร็ง และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทิ้งสามีที่เพิ่งแต่งงาน และลูกที่เพิ่งคลอดได้เพียงหนึ่งเดือนไว้บนโลกใบนี้ ผมหยุดนิ่งกับสิ่งที่ฮันน่าเล่า แม้น้ำตาจะไม่ได้ไหลในตอนนั้น แต่ผมก็รู้สึกได้ว่าในใจของผมกำลังร้องไห้อย่างสะอึกสะอื้น แม้ว่าเรื่องๆนี้จะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในอีกซีกหนึ่งของโลก แต่แล้วในที่สุดมันก็เดินทางลอยมาเพื่อมาพบผม เหมือนอยากจะรู้ว่าหัวใจของผมจะยังคงรัก แล้วจะเศร้าโศกเสียใจไหม ผมเขียนมาถึงตรงนี้ด้วยตาที่พร่ามัวเพราะหยดน้ำตา พร้อมกับคำพูดในใจซ้ำไปซ้ำมาว่า

 

 

ผมรักมิสดอว์ และเสียใจเหลือเกิน

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เสียใจด้วยบาร์จ,
ไม่รู้จะคอมเมนท์อะไรนอกจากนี้

รูปน่ารักดี big smile
เขียนดีอะ big smile ชอบ

#2 By Bickboon on 2009-04-01 14:43

สุขและเศร้ามักมาหาเราในเวลาไล่เลี่ยกัน .. เสียใจด้วยนะครับ

#3 By Googigg on 2009-04-01 14:54

เห็นด้วยกับพี่บิ๊กครับ

แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..confused smile
........




ชอบมาก

#5 By dong=ดอง,โด่ง on 2009-04-01 16:40

เขียนดีมากเลยครับ...
เรือ่งเก่าๆ ก็มีทั้งสุขเศร้าเคล้ากันไป

#6 By sage_nu on 2009-04-01 17:00

เป็นเรื่องเศร้าที่ท่านจากไป แต่ท่านจะเป็นความทรงจำที่ดีของพี่เสมอค่ะ

big smile

#7 By maebin on 2009-04-01 17:40

ความทรงจำนึกถึงทีไรก็ยังคงสวยงามเสมอนะคะ

#8 By ชาเขียวaddict on 2009-04-01 17:41

มันเป็นนิรันดร์จริงๆ ... เสียใจด้วยนะคะ

#9 By ลูกคนโตเอง on 2009-04-01 19:01

ความไม่แน่นอนคือความแน่นอนครับ สัจธรรมของโลก

เสียใจด้วยนะครับ

อยากเจอ+อยากให้มีอาจารย์ที่เข้าใจเด็กได้ดีอย่างนี้เยอะๆจังครับ
แอบอิจฉาที่อย่างน้อยก็มีความทรงจำดีๆกับเพื่อนและอาจารย์นะครับbig smile

#10 By ลิงกับหมู on 2009-04-01 21:01

เรื่องแบบนี้มักจะผ่านเข้ามาผสมปนเปกับชีวิตของเราเสมอ เมื่อทุกอย่างไม่จีรัง

เสียใจเรื่องมิสดอว์ด้วยนะครับ
ชอบที่ชมเรื่องเขียนการ์ตูนจัง อ่านแล้วรู้สึกว่า นี่แหละครู big smile

ปล. knowing ยังไม่ได้ดูเลยครับ ไม่รู้ว่าจะได้ดูรึเปล่านี่สิ sad smile

#12 By toey on 2009-04-01 23:26

นอกจากได้อ่านแล้ว ยังได้คิดไปด้วย
ทั้งสุข ทั้งเศร้า ทั้งเหงา คละเคล้า ระคน
Hot!
เมื่อวันก่อนไปงานที่ ร.น.ม.มาด้วย แต่ไม่เจอพี่บาร์จ...คนเยอะมาก โรงเรียนเล็กลง รึเราตัวใหญ่ขึ้นbig smile

#14 By Mango Hotel on 2009-04-02 11:38

อ่านแล้วอยากเจอเพื่อนเก่า

confused smile

#15 By ecOnuizer on 2009-04-02 11:52

กลับมาให้Hot!
ผมเลือกจะเก็บสิ่งที่สวยงามของควาทรงจำไว้ติดตัวเสมอครับ

แต่ก็นิสัยเสียที่มักจะเลี่ยงไม่จำสิ่งที่แย่ในอดีตมาเป็นสาระ เห็นแก่ตัวดีจังเลยผม 55+question

#18 By เจ้ารินทร์ on 2009-04-02 12:22

Hot!
ชอบมากเช่นกันค่ัะ

#19 By ยายแม่บ้าน on 2009-04-02 12:44

เสียใจด้วยนะคะ...

เขียนดีมากๆเลยค่ะ Hot!Hot!

แต่เราไม่ค่อยเข้าใจ สำหรับความหมายของคำว่า "สุขและเศร้าล้อนเป็นนิรันดร์"

มันคงเป็นไปไม่ได้หากเราจะนั่งอยู่กับความสุขได้ทั้งวันโดยที่ไม่มีความเศร้าเข้ามาทักทาย และคงเป็นไปไม่ได้เช่นกันหากเราจะเศร้าอยู่อย่างนั้นตลอดไป

#20 By ire_u on 2009-04-02 13:00

การสูญเสียนำพาความเศร้ามาสู่เราเสมอ แต่อีกหน่อยเราก็จะนึกถึงเค้าได้อย่างไม่เจ็บปวดนะคะ big smile

#21 By เห็ดขี้น้อยใจ (124.157.160.172) on 2009-04-02 13:33

พูดตามตรงนะคะ
ว่าไม่เคยอ่านอะไรยาวๆได้แบบใจจดใจจ่อเหมือนเอนทรี่นี้เลย

แถมตอนนี้รู้สึกว่าดวงตาร้อนผ่าวๆด้วยซ้ำ

มิสดอว์ยิ้มได้น่ารักมากค่ะ

เสียใจด้วยนะคะ

แต่เธอจะอยู่ในความทรงจำดีๆของคุณตลอดไปแน่ๆค่ะsurprised smile Hot!
อ่านแล้วเหมาะที่จะใช้ชื่อ entry
ว่า สุขและเศร้าล้วนเป็นนิรันดร์ สุดๆ

ปล.เราว่าครูน้อยคนถ้าเห็นเด็กวาด
การ์ตูนในชม.เรียน แล้วชมเนี่ยส่วนใหญ่จะทำโทษ

#23 By C-C on 2009-04-02 14:32

มีครบทุกอารมณ์ big smile Hot!

#24 By ไอ้แป้น : i-phan on 2009-04-02 14:57

มันเป็นสิ่งดีแค่ไหนที่คนๆหนึ่งจะค้นพบและได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก พรสวรรค์มันเกิดมาพร้อมกับความสามารถของบาร์จ อย่าหยุดทำนะ ยังอยากอ่านงานเขียนและการ์ตูนน่าตาในแบบที่ไม่เหมือนใคร
เราอ่านเรื่องนี้แล้วมีรู้สึกดีในมิตรภาพของเพื่อนจังและเสียใจด้วยสำหรับคุณครูของบาร์จนะ

#25 By lawyerspicy (61.7.144.254) on 2009-04-02 15:12



อย่างน้อยก็ยังเหลือความทรงจำดีๆ

#26 By aconan5 on 2009-04-02 15:16

แอบหัวเราะไปกับความทรงจำที่ขุดคุ้ยขึ้นมา confused smile
และเสียใจสำหรับเรื่องมิสดอว์ของดีเจบาร์จด้วยค่ะ

#27 By iDoi* on 2009-04-02 16:46

อื๋อออ

เราก็เคยมีเรื่องทำนองนี้เหมือนกัน หาเพื่อนเก่าได้แต่เป็นในไฮไฟน่ะค่ะ ไม่ก็บังเอิญเจอกัน

ปลื้มนะ
แต่ก็ต้องเข้มแข็งต่อไป
โชคดีครับ
double wink

#29 By end this blog on 2009-04-02 16:57

มีสุขก็ต้องมีทุกข์ติดตัวกันไป
ไม่รู้จะเม้นต์อะไรต่อดี
ไว้เขียนเล่าอีกนะคะ^^

#30 By ลิงหกกะล้ม on 2009-04-02 18:47

เศร้าจังHot!

#31 By น้ามชา on 2009-04-02 19:16

Hot!

นึกถึงเวลาไปงานโรงเรียน
ได้เจอเพื่อนเก่า
คุยเรื่องสนุกที่ผ่านมาด้วยกัน
แล้วบางทีก็ได้รู้เรื่องเศร้าด้วย

ดีใจที่ได้เจอเพื่อนเก่านะคะ
แล้วก็เสียใจด้วยที่ต้องเสียครูที่รักไป

#32 By BLUE. on 2009-04-02 19:37

ความสุขและเศร้า
จะหล่อหลอมให้เราเป็นคนที่แข็งแกร่ง

อ่านแล้วนึกถึงเพื่อนเก่าbig smile

#33 By ★chonana on 2009-04-02 19:40

เป็นธรรมดาของโลก

ที่มีพบและก็มีจาก

แต่สิ่งที่จะเลือกไว้ตอนที่เราอยู่ด้วยกัน

เราทำดีแค่ไหน

อ่านแล้วก็ได้แง่คิดเหมือนเดิม

ว่าแต่ตอนเด็กน่ารักดีฮับ

ไม่น่าจะโตเลย

#34 By po_o@ki (58.9.128.150) on 2009-04-02 19:43

เป็นธรรมดาของโลก

ที่มีพบและก็มีจาก

แต่สิ่งที่จะเลือกไว้ตอนที่เราอยู่ด้วยกัน

เราทำดีแค่ไหน

อ่านแล้วก็ได้แง่คิดเหมือนเดิม

ว่าแต่ตอนเด็กน่ารักดีฮับ

ไม่น่าจะโตเลย

#35 By po_o@ki (58.9.128.150) on 2009-04-02 19:46

เสียใจด้วยนะคะ

#36 By zeam on 2009-04-02 20:15

บรรยากาศเวลาคุยกับเพื่อนที่ไม่เจอกันมานาน บางทีเหมือนเรื่องเก่าๆ เป็นความฝันเลย

#37 By wesong on 2009-04-02 21:18

เยี่ยมมาก Hot!

#38 By บองเต่า on 2009-04-02 21:25

สุขแล้วก็เศร้าเนอะ

#39 By Nerd de Scriptorus on 2009-04-02 21:57

big smile

เป็นเรื่องราว ที่น่ารักและอบอุ่นดีนะค๊ะ





เสียใจด้วยนะค๊ะHot!
เป็นธรรมดาของโลก ^^

สุขและทุกข์ก็คือความทรงจำ

ชอบมาก confused smile

#41 By THEBEE on 2009-04-03 08:03

เสียใจด้วยคับ

#42 By vanvan (58.137.129.220) on 2009-04-03 09:56

ความม.หัศ.จรรย์ ของ B i o s p r a y หลัง.การใ.ช้
ปัญ.หา การ.นอน.หลับ /ผิว.พรรณ /ริ้ว.รอย/ไม.เกรน/ไข.ข้อ
สมรรถ.ภาพ /ระ บบ.เผา.ผลาญ โรค.กระ.เพาะ/ผม.หงอก/ผม.ร่วง
แผล.เป็น/เหน็บ.ชา/เบา.หวา น/ควา มฺ.ดัน/ภูม.แพ้/หอบ.หืด
อาการ.เหล่า.นี้.รู้.สึก.ดี.ขึ้น.จาก.ประ.สบ.การณ์.ของ.ผู้.ใช้.จริงๆ
นอน/หลับ/ลึก/ขึ้น ขับ.ถ่าย.ทุก.วัน สุข.ภาพ.ดี.ขึ้น.มาก
คืน.ความ.เป็น.หนุ่ม.สาว.เยาว์.วัย.ทั้ง.สุข.ภาพ.และ.ร่าง.กาย
เพิ่มเติมที่

http://fogz.eu/svde

#43 By (58.8.178.71) on 2009-04-03 12:12

เขียนได้ดีมาก ๆ ครับ
เป็นกำลังใจให้ครับconfused smile Hot!

#44 By pbmath on 2009-04-03 14:03

รู้สึกเสียใจเหมือนกันนะฮะ
ที่ได้ยินเรื่องทำนองนี้
เพราะอาจารย์ที่โรงเรียนมัธยม
ที่เคยเรียนตอนสมัย ม.1
ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต
ตกใจเหมือนกัน แต่ไม่ถึงขั้นร้องไห้

บางทีการเจอเพื่อนเก่าแก่มากๆ
อย่างสมัยอนุบาล ประถม
รวมทั้งครูที่เคยสอนเรามา
มันเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำ
และน่าเข้าไปคลุกคลีด้วยชะมัด

ส่วนใหญ่เพื่อนสมัยประถม
และสมัยมัธยมต้นนั้น
ผมมักจะเจอโดยบังเอิญในไฮไฟว์
แต่ของพี่แปลกดี เจอในเฟกส์บุ๊ค
สงสัยต้องลองดูบ้าง...

big smile big smile big smile Hot!

#45 By h|b|b on 2009-04-04 00:09

จากไป...
แต่เหลือความรู้สึกพิเศษไว้ให้คนที่ทิ้งไว้เบื้องหลัง

มัน...
เจ๋งสุดยอดเลยconfused smile

#46 By ชุน on 2009-04-04 00:26

Hot! Hot! Hot!

#47 By ชุน on 2009-04-04 00:26

ความม.หัศ.จรรย์ ของ B i o s p r a y หลัง.การใ.ช้
ปัญ.หา การ.นอน.หลับ /ผิว.พรรณ /ริ้ว.รอย/ไม.เกรน/ไข.ข้อ
สมรรถ.ภาพ /ระ บบ.เผา.ผลาญ โรค.กระ.เพาะ/ผม.หงอก/ผม.ร่วง
แผล.เป็น/เหน็บ.ชา/เบา.หวา น/ควา มฺ.ดัน/ภูม.แพ้/หอบ.หืด
อาการ.เหล่า.นี้.รู้.สึก.ดี.ขึ้น.จาก.ประ.สบ.การณ์.ของ.ผู้.ใช้.จริงๆ
นอน/หลับ/ลึก/ขึ้น ขับ.ถ่าย.ทุก.วัน สุข.ภาพ.ดี.ขึ้น.มาก
คืน.ความ.เป็น.หนุ่ม.สาว.เยาว์.วัย.ทั้ง.สุข.ภาพ.และ.ร่าง.กาย
เพิ่มเติมที่

http://fogz.eu/svde

#48 By (58.8.170.93) on 2009-04-04 15:07

คนเรามีพบมีพราก ยิ้มไว้ค่ะ

#49 By SoYen on 2009-04-04 15:44

T^T Hot!

#50 By parnjai on 2009-04-04 19:05