อย่าเอาปืนใหญ่ไปยิงนก

posted on 25 Feb 2009 03:00 by sillyrabbit

เอาปืนใหญ่ไปยิงนก เป็นคำสุภาสิตของประเทศฮังการีที่คล้ายๆกับสุภาษิตไทยว่า ขี่ช้างจับตั๊กแตน

 

ผมนั่งมองดูลูกช้างตัวขนาดกลางที่ควาญช้างพยายามขายแตงกวาให้กับนักท่องเที่ยวในซอยคาวบอย พร้อมๆกับเพื่อนของเพื่อนที่เป็นชาวฮังการี่ จริงๆแล้วเพื่อนผมก็เป็นชาวฮังการี่ เขาเป็นคนทำเพลงให้ผม แล้วก็ขอร้องให้ผมช่วยดูแลและพาเพื่อนของเขาคนนี้มาเที่ยวหน่อย เพราะว่าเพื่อนคนนี้เป็นทั้งเพื่อนที่ดีและผู้ที่มีบุญคุณต่อเขา เพื่อนของเขาคนนี้ชื่อว่า การามี่

 

การามี่ เป็นชายฮังการี่อายุ 40 ปี แต่กลับดูอายุไม่ถึง 40 นั่นอาจเป็นเพราะว่าเขาไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ เล่นโยคะ และกินมังสวิรัติ ก็เป็นได้ และนั่นก็อธิบายได้ว่า ทำไมเขาถึงสั่งน้ำสับประรดมานั่งกินในร้านเหล้า ปล่อยให้ผมจำใจสั่งเหล้ามา ทั้งที่จริงๆแล้วผมเองก็เป็นคนไม่กินเหล้าเหมือนกัน แต่นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าจุดยืนของการามี่นั้นชัดเจนกว่าผมก็เป็นได้

 

เรานัดเจอกันที่ถนนข้าวสาร เมื่อเราได้เจอกัน ทักทายกัน เขาก็แนะนำว่าเขารู้จักร้านอาหารอินเดียที่อยากพาผมไปกิน ซึ่งแน่นอนว่าเมนูที่เขาสั่งเป็นเมนูปลา มีข้าวสีเหลืองที่อบมาพร้อมกับถั่วลันเตา แล้วก็น้ำผลไม้ ผมเองก็สุ่มสั่งเมนูไก่ คุราฮี ที่ผมเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหน้าตามันเป็นยังไง จนกระทั่งเมื่อมันมาถึงที่โต๊ะ ไก่ คุราฮี หน้าตาคล้ายๆพะแนงไก่ แต่มีรสเค็มๆเปรี้ยวๆ ผมชอบการสุ่มสั่งอาหาร เพราะอย่างน้อยมันก็เป็นกิจกรรมง่ายๆที่ทำให้เราได้ลองอะไรใหม่ๆ เรากินข้าวไปคุยไปเกี่ยวกับเพลง และวิถีชีวิตนักดนตรีและนักทำเพลงในไทย เมื่อกินเสร็จ การามี่ยืนยันที่จะเลี้ยงผมโดยบอกว่า เขาเป็นคนชวนผมมากินร้านนี้ และที่สำคัญเขาเป็นคนก้าวเท้าเข้ามาในร้านนี้ก่อน ซึ่งนั่นเป็นธรรมเนียมของฮังการี่ว่าคนๆนั้นจะต้องเป็นคนเลี้ยง ผมเองก็ไม่อยากจะขัดใจจึงยอมให้เขาจ่ายเงินค่าอาหาร แล้วเราก็นั่งแท็กซี่มาที่ซอยคาวบอย เราเตี๊ยมกันก่อนว่าต่อจากนี้ผมจะเป็นคนสัญชาติสิงค์โปร เพื่อที่จะได้ไม่ต้องถูกคนแถวนี้มาพูดจากหรือแสดงพฤติกรรมดูถูก ซึ่งจริงๆแล้วผมเองก็ไม่ได้ใส่ใจต่อคำพูดดูถูกดูแคลนจากคนไทยด้วยกันซักเท่าไหร่ แต่ไหนๆก็มากับเพื่อนเพื่อให้เพื่อนสนุกแล้ว สู้ทำตัวให้พวกคนเหล่านี้ยิ้มปรี่เข้ามาหาคงจะดีกว่า

 

เราสุ่มชะโงกหน้าเข้าไปดูร้านๆหนึ่ง การามี่มองดูผู้หญิงนุ่งน้อยห่มน้อยยืนเต้นอยู่แล้วก็ส่ายหน้า พร้อมกับบอกกับผมว่า เค้าไม่ได้อยากมาดูอะไรแบบนี้ เสียงดนตรีข้างในก็ดังจนเกินไป เราจึงหาร้านนั่งคุยกัน เขาสั่งน้ำสับประรด แต่ผมไม่กล้าพอจึงสั่งเป็นเหล้าที่ใส่น้ำผลไม้เอามาวางไว้บนโต๊ะ เจ้าของความคิดที่จะพาการามี่มาที่นี่ไม่ใช่ผม แต่เป็นเพื่อนของผม ซึ่งถึงแม้ว่าการามี่จะเคยบอกว่าในชีวิตของเขา เขาเสพย์ติดอยู่ 2 สิ่ง นั่นคือดนตรี และ ผู้หญิง แต่ผู้หญิงในซอยนี้ไม่ได้มีผู้หญิงในแบบที่เขาอยากเจอ เขาอยากเจอผู้หญิงที่ชอบวิถีของเขา ความคิดของเขา และความเป็นเขา ผมบอกไปว่าต่อให้เขาใช้เวลา 2 อาทิตย์ที่เหลือในเมืองไทยก็ไม่พอที่จะให้ใครมาประทับใจเราแบบนี้ได้หรอก แล้วเขาก็หัวเราะ

 

การามี่เป็นมือกลอง แนวดนตรี ฟังค์ และ แจ๊ซ แล้วก็เป็นดีเจวิทยุด้วย เราสองคนมีอะไรที่คล้ายๆกัน ชอบดนตรีคล้ายๆกัน มีมุมมองในชีวิตคล้ายๆกัน การามี่เองก็แปลกใจ บอกกับผมว่าเหมือนเขาได้เห็นตัวเขาเองในรูปแบบที่เด็กลง เราสองคนทำงานบันเทิงที่ห้อมล้อมไปด้วยผู้คน แต่กลับมีเพื่อนน้อย เราได้ออกงาน ได้เข้าสังคม แต่กลับชอบที่จะอยู่คนเดียว ผู้คนรอบๆข้างมักจะบอกกับผมว่า ผมทำตัวประหลาด เครียด ไม่มีสังคม ผมเองก็ไม่เถียง แต่ก็นึกสงสัยในใจเสมอว่า การที่ผมสามารถหาความสุขจากตัวของผมเอง และสิ่งรอบๆข้างโดยไม่ต้องไปพึ่งพาหรือยึดติดกับใครนั้น มันเป็นอะไรที่แย่มากเลยหรือ การถูกห้อมล้อมไปด้วยผู้คน และเฮฮาไปกับเหล้า เมื่อมีคนเมาจนล้มพับกลับเพิกเฉย เมื่อมีเพื่อนที่ร้องไห้เพราะเพิ่งเลิกกับแฟน ก็พร้อมใจกันทำเป็นไม่เห็น นั่นเป็นสิ่งที่คนพวกนั้นอยากจะให้ผมได้สัมผัสแล้วก็ดื่มด่ำไปกับมันจริงๆหรือ เราทั้งสองคนไม่ชอบคนกินเหล้า แล้วก็ไม่อยากที่จะไปสุงสิงกับคนที่กินเหล้า เราเบื่อพวกเมาแล้วหาเรื่อง เมาแล้วไม่เหลือความรับผิดชอบ แล้วก็พวกเมาแล้วทำอะไรบ้าๆ จะว่าไปแล้วเราทั้ง 2 คนต่างก็มีความสุขดีที่ได้อยู่ห่างๆคนเหล่านั้น น่าแปลกที่คนเหล่านั้นมักจะคิดว่าเราไม่มีความสุข ที่ไม่ได้ชอบอะไรเหมือนๆกัน เราคุยกันไปเรื่อยๆจนมาถึงที่หัวข้อใหญ่ว่าโลกทุกวันนี้มันเป็นอะไรไป

 

นั่นซินะ โลกทุกวันนี้เป็นอะไรไป การฆ่าตัวตาย และการใฝ่แต่เงิน การแข่งขันที่ต่างคนต่างวิ่งกรูกันเป็นโขยงไม่ต่างอะไรกับฝูงหนูที่พากันวิ่งลงไปตายในทะเล เราต่างคนต่างไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรากำลังแข่งอะไร และแข่งกันไปเพื่ออะไร สุดท้ายแล้วรางวัลที่ได้ อาจเป็นเพียงแค่เหรียญทองช็อคโกแล๊ตที่ไม่มีค่า พอเก็บไว้นานๆนึกจะแกะกิน ก็กลับเจอแต่มด ผมบอกการามี่ไปว่า สักวันหนึ่ง คนไทยก็คงจะฆ่าตัวตายพิสดารแบบนี้ สักวันหนึ่งคนไทยจะเอาปืนไปยิงกราดในโรงเรียน แล้วสักวันหนึ่งเราคนไทยก็จะต่างคนต่างทำงาน ต่างคนต่างอยู่ แล้วก็จมอยู่กับความเหงากันมากขึ้น มาถึงตรงนี้แล้ว ในใจลึกๆของผมก็กลับรู้สึกว่าตัวของผมนั้นช่างแสนโชคดี ที่คงตายก่อนที่จะได้ดูโลกใบนี้กลายเป็นแบบนั้น เราคุยกันอยู่นาน จนคิดว่าเหมาะสมอแก่เวลา เราเรียกเก้บเงิน แล้วก็เดินไปที่สถานีรถไฟฟ้า เพื่อแยกย้ายกันกลับไป ตลอดทางผู้หญิงพากันเดินมาดักหน้าพวกเรา ดึงมือพวกเรา ยิ้มให้พวกเรา การามี่ยิ้มให้อย่างใจดี แม้ว่าเขาจะไม่เห็นด้วยกับผู้หญิงที่ประกอบอาชีพแบบนี้ แต่เขาก็ไม่เคยคิดตัดสินและดูถูกใคร

 

ผมยืนรอรถไฟฟ้าคนล่ะฝั่งกับการามี่ เรายกมือทักทายกันก่อนที่รถไฟฟ้าจะมาจอดบังแล้ววิ่งสวนทางพาเราออกไป ระหว่างทางผมนั่งคิดว่าผมต่างกับการามี่ตรงไหน เป็นนิสัยของผมที่จะรู้สึกตะหงิดๆในใจเวลามีใครมาเปรียบเทียบ หรือรู้สึกเอาเองว่า ผมนั้นเหมือนใคร ความใจดี เป็นสิ่งที่การามี่มีมากกว่า ซึ่งอายุอาจทำให้เขาใจดีและสุขุมได้ขนาดนี้ ผมเองก็เป็นคนใจดี แต่ก็มักรู้สึกไม่เห็นด้วยกับการที่ผมเป็นคนใจดีซักเท่าไหร่ คนชอบเอาเปรียบและย่ำยีคนที่ใจดี ซึ่งจริงๆแล้วข้างในของผมก็ไม่ได้ใจดีขนาดนั้น นั่นทำให้ผมนึกถึงเรื่องความขัดแย้งกับคนข้างบ้านที่เพิ่งมาอยู่ใหม่ พวกเขาชอบกินเหล้าแล้วส่งเสียงดังจนดึกดื่นโดยที่ไม่เกรงใจ พ่อของผมก็เลยไปเตือนพวกนั้น แต่ปรากฏว่าพวกมันกลับไม่พอใจ หนักๆเข้าหน่อย หลานของมันก็ทำตัวกวนประสาทด้วยการจอดมอเตอร์ไซค์ดักหน้ารถพ่อผม แล้วหยุดพ่นควันบุหรี่ทำหน้ายียวน ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ผมไม่พอใจเป็นอย่างมาก เพื่อนบ้านจะทะเลาะกันผมไม่ว่า แต่อย่างน้อยเป็นเด็กก็น่าจะรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ ผมตัดสินใจจะไปเรียกเด็กคนนั้นออกมาเตือน โดยถือแท่งเหล็กยาวเท่าแขนติดมือไปด้วย ซึ่งจะว่าไปแล้วผมเองก็เป็นคนที่ใจดี

 

 

เพราะผมพิงแท่งเหล็กไว้ที่กำแพงก่อนที่จะตะโกนเรียกมันให้ออกมา

        

 

 

 

 

 

แมวผมคลอดลูกแล้วครับ ^^

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

อ่านะ

หวัดดีน้องแมว

#37 By JOsevani1991 on 2010-03-01 20:23

ฮ่าๆๆ ผมเองก็เป็นคนใจดี เอาแท่งเหล็กพิงไว้ที่กำแพงก่อน
คริ คริ ชอบค่ะ เล่าเรื่องได้สนุกดี

ชอบแนวคิดของบาร์จจัง วิถีชีวิตของบาร์จที่เล่าๆ มาทำให้ได้รู้จักดีเจบาร์จในอีกมุมมองหนึ่ง

ขอบคุณนะค่ะที่มาแชร์ประสพการณ์ชีวิตอีกด้านของคนบันเทิงให้รู้จักตัวตนที่แท้จริงมากขึ้น

ชอบค่ะ ^_____^big smile

#36 By yu (58.9.137.25) on 2009-10-09 14:10

ไฮโซจัง
แมวตาแดงข้าง ดำข้างเหรอคะ
ตอนนี้มันอาบน้ำใช้ชุดอาบน้ำอะค่ะ
แต่ฉากวู้ฮูก็เป็นแบบอนิเมชั่นไปเลยอ่ะ


ถ้าจะเล่นเอาหื่นก็คงต้องเลือกสกินเสื้อผ้าที่มันนู้ด 55+

(ปล. เคยทำด้วยแหละ )

#34 By ชาเขียวaddict on 2009-04-10 19:29

เขียนได้ดีจริงๆนะครับ
ได้เห็นมุมมองอะไรเยอะเลย

#33 By sage_nu on 2009-04-01 21:33

ว๊ากกกกก คลั่งๆ แมว น่ารัก อ่ะ
ตาแดงด้วย อยากได้ >_<
แต่ที่บ้าน มีเยอะแล้วsad smile

#32 By ร่มไร้อาร์ on 2009-03-25 05:07

โลกเรามันประหลาดขึ้นเรื่อยๆ
น่าเซ็งเหมือนกันนะครับมีเพื่อนบ้านยังงี้

#31 By on 2009-03-20 18:01

แล้วตกลงตั้งชื่อน้องแมวยังเค๊อะ

#30 By Title (203.80.56.135) on 2009-03-20 08:18

ใช้เวลากับตัวเอง ไม่เข้าสังคม.. ทำไมคนชอบมองการกระทำเหล่านี้ว่าเป็นสิ่งที่แสดงออกถึงความทุกข์นะ

ทั้งๆที่เป็นวิธีง่ายๆที่จะหาความสุขใส่ตัว confused smile

#29 By เจน on 2009-03-17 22:17

คุณบาร์จเป็นคนใจดี...แต่ไม่เคยยอมให้กับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

สังเกตมาตลอด ถึงแม้เวลาที่เค้าไปเฮฮากัน..เค้าจะไม่นึกที่จะชวนบาร์จ

แต่พอเค้ามีความทุกข์ ต้องการกำลังใจ คนแรกที่เค้านึกถึงก้อคือ "บาร์จ"

เพราะบาร์จจะมีคำตอบดีให้เสมอค่ะ big smile

#28 By amilly (124.120.105.111) on 2009-03-08 17:45

เป็นผู้เล่าที่ดีมาตลอด ติดตามมาตั้งแต่ Diary จน Blog

จะมาอ่านต่อบ่อยๆนะเพื่อน

#27 By (117.47.209.184) on 2009-03-03 04:01

ยินดีด้วยนะคะ ทั้งคุณแม่ตัวใหม่ กะลูกตัวใหม่

พี่บาร์จเขียนได้ดีจัง รู้สึกถึงความหลากหลายในตัวบทความ จะคอยอ่านไปเรื่อย ๆ นะคะ

อิอิ

#26 By AloHa (125.27.204.188) on 2009-02-28 16:36

เพื่อนกินทั้งหลายหรือจะสู้เพื่อนตายแค่เพียงหนึ่ง

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำเรื่องอลาสก้านะค่ะbig smile

#25 By DeK Tha! In DreaM CiTy on 2009-02-28 00:32

มนุษย์ไม่ได้มีด้านเดียว แต่ขอให้ด้านที่ดีเป็นด้านหลักก็คงพอ

ออกมากี่ตัวอ่ะ ดีใจด้วยคุณพ่อคนใหม่open-mounthed smile
ชอบหาร้านนั่งแบบนั้นเหมือนกัน นั่งคุยเรื่อยๆเกี่ยวกะชีวิต กลางคืนมันมีสเน่ห์ดี เหมือนจะทำให้คนใกล้ชิดกันขึ้น
...แต่มีแต่เพื่อนชอบไปร้านเต้นอ่ะ sad smile เฮ่อ
อ่านแล้วอยากเห็นคนที่เหมือนตัวเองในอายุที่แตกต่างบ้างเหมือนกันนะ คงจะรู้สึกดี big smile

ป.ล. วาดเอเจ้นนนนนนนน อยากเห็น!
ป.ล. 2 เม้นให้ทุกเอนทรีเลย ฮ่าๆๆๆ

#23 By plariex on 2009-02-26 22:56

การที่ได้เห็นคนที่นิสัยคล้ายๆกับตัวเราบางครั้งก็ถือว่าเป็นสิ่งดีแต่ตัวเราก็คือตัวเรา เป็นตัวเรานั่นล่ะดีที่สุดถ้าเราม่ทำให้ใครเดือดร้อน ความสุขเราหามันได้ด้วยตัวเราเอง

ว่าแตเจ้าเหมียวนี่คอกที่เท่าไหร่แล้วเนี่ย!!!!!!5555+

#22 By lawyerspicy (61.7.144.254) on 2009-02-26 14:44

เล่าเรื่องได้เข้มข้นดี..

#21 By vanvan (58.137.129.220) on 2009-02-26 09:13

ลูกแมวน่ารัก
เกิดใหม่ๆร้องเหมือนเด็กทารก
ชอบสับสนทุกทีเลย

ข้างบ้านชอบเปิดเพลงโลโซค่ะ
แม่ก็ไปมีเรื่องกะเขาเหมือนกัน
ฮ่าๆๆ เขาเห็นเราอ่านหนังสือไม่ได้
ตกลงเราเป็นต้นเหตุ??

คุณกระต่ายเป็นthinkerมั้งคะ
ชอบอยู่คนเดียวท่ามกลางความคิดตัวเอง

ดีค่าที่การามี่ไม่แคร์ใคร
คนบางคนใช้ทั้งชีวิตเพื่อที่จะรักษาหน้า
แต่กับบางคนก็เป็นอิสระและไม่ต้องแคร์ใคร

ปล.เห็นด้วยกับมาสเตอร์แชมป์อ่ะค่ะ หม่นๆ แต่ไม่เหม็นเด้อconfused smile

#20 By cotyledonnutchan on 2009-02-26 02:53

พึ่งเคยอ่าน blog พี่

มัน หม่นๆ ชวนติดตามดีจัง

ปล.แมวที่บ้านผมก็พึ่งคลอดลูก

#19 By dong=ดอง,โด่ง on 2009-02-26 00:13

เป็นอีกวันที่ดีนะคะ big smile

เหมือนเคยได้ยินว่าแมวหวงลูกมาก คลอดทีก็ไปเลี้ยงในลังในซอก แม่แมวบางตัวพอรู้ว่ามีคนเห็นลูกแล้วจะคาบลูกไปซ่อนอีก

แต่นี่ขนาดได้ถ่ายรูปมาเลย โอ้~ cry

#18 By maebin on 2009-02-25 20:30

อืม..ใจดีจริงๆด้วยสิsurprised smile
สองอาทิตยนี่ก็ไม่ใช่น้อยน้อยเลยนะ
ไม่แน่อาจจะเจอก็ได้นิ

:)

#16 By :D on 2009-02-25 17:17

big smile

#15 By I N N O C E N T ! ! ! on 2009-02-25 16:42

กลับมาอ่านแล้วครับ และพบว่า
ลูกแมวน่าอร่อยนะครับ big smile

#14 By Bickboon on 2009-02-25 14:39

ให้ความรู้สึกเหมือนดูหนัง...ค่อยๆเดินเรื่อง

พี่บาร์จคะยิงแฟลชเข้าตาแมวแดงแปร๊ดเลย

#13 By Mango Hotel on 2009-02-25 12:37

คล้ายกันกับเราอย่างนึงที่ว่า เป็นคนใจดี แต่จริงๆ แล้วข้างในอาจจะไม่ได้ใจดีขนาดนั้น open-mounthed smile

#12 By Googigg on 2009-02-25 10:37

อ่านแล้วเห็นด้วยมากๆเลยครับ เรื่องเหรียญทองชอคโกแลต กับ คนใจดีมักจะถูกย่ำยีและเอารัดเอาเปรียบ Hot!

#11 By SkyKiD on 2009-02-25 10:24

ชอบอยู่คนเดียวคล้ายกันเลยครับ
แต่ของผมออกแนวไม่กล้าที่จะอยู่กับผู้คนเยอะๆมากกว่านะครับ

เพราะผมเองขาดความมั่นใจในตัวเองเยอะเลย

อนึ่ง แมวน่ารักมากมาย

#10 By ลิงกับหมู on 2009-02-25 10:21

หลายๆ คนยังบูชาเหรียญทองช็อกโกแลต

#9 By wesong on 2009-02-25 08:44

เขียนได้ดีทีเดียวนะคะ อ่านเพลินๆ แต่มีอะไรหลายๆอย่าง


การามี่สุดยอดเลยค่ะ รักษาสุขภาพมั่กๆ

#8 By ชาเขียวaddict on 2009-02-25 08:32

อ่านแล้วรู้สึกเหมือนได้ดูหนังเลยครับ

นิ่งๆ เรียบๆ มองการเคลื่อนไหวรอบตัว แสงสีจัดจ้านพร้อมภาพสโลล์โมชั่น


big smile

#7 By Seam - C on 2009-02-25 07:32

โดนเหมือนกันเลยนะครับ
แต่บริบทไม่เหมือนกัน
ผมก็ชอบที่จะอยู่คนเดียวเงียบๆ
ไม่ก็ขอไปเที่ยวคนเดียวหลายๆ ที
จนเพื่อนๆ หาว่าแปลก แต่โชคดีหน่อย
ที่พวกมันเข้าใจ

สำหรับผม ผมว่าเมืองไทยก็น่าจะมีโอกาสรุนแรง
แบบนั้นได้เหมือนกัน ลองนึกชีวิตแบบชาวญี่ปุ่น
มันเป็นชีวิตที่เหงามากเลยนะ แบบนั้นไม่เอาดีกว่า
จริงอยู่ที่เราชอบอยู่คนเดียว แต่ถ้าไม่มีใครให้สุงสิงบ้าง
ฟ่อตายเลยดีกว่าครับ :D

confused smile confused smile confused smile

#6 By h|b|b on 2009-02-25 05:09

ทำไม ไม่กล้าสั่ง น้ำสับปะรดอะ??

การามี่ จะกลัว คนไทยมั้ยน้ะ??

แมวตาสีแดง น่ากลัวจัง..
แต่ ลูกแมว น่ารัก

big smile

#5 By เวอ (58.8.87.5) on 2009-02-25 04:14

ชีวิตของบาร์จมีอะไรเยอะดี
คงสนุกconfused smile

เคยบอกไปยังว่าเขียนอะไรได้มีกลิ่นบุหรี่
ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน
แต่ว่าเวลาอ่านแล้วนึกถึงควันครึ้มๆ
และบรรยากาศหม่นๆ
แต่เต็มไปด้วยความคิด

555
แนวไปปะ

แมวคลอดลูกแล้ว~ ยินดียินดี
เม้นต์แรกนั่น...ใครอะ

แมวน่ารักว่ะ

#3 By วิชัย... on 2009-02-25 03:12

เรื่องเล่าดีมากเลยครับ :)!
พยายามเอาหนังสติกยิงนกดีกว่า
....

แต่ว่า ชอบแมวคับopen-mounthed smile

#2 By Shuu Exteen on 2009-02-25 03:10

เม้นต์แรก!

ยังงี้เหรอครับ

#1 By Bickboon on 2009-02-25 03:02