ผมขากเสลดไม่เป็น

posted on 24 Dec 2008 04:42 by sillyrabbit

 

ผมไม่สบายมาได้ประมาณ 2 อาทิตย์แล้ว หลังจากที่พยายามกินยาแก้อักเสบกับยาแก้แพ้อย่างต่อเนื่อง อาการป่วยก็กำลังเข้าสู่สภาวะย้อนหลังอีกครั้ง นั่นก็คือคัดจมูกฟุดฟิด แต่ไม่มีน้ำมูก ไอบ้างนิดหน่อย แต่ก็ยังมีเสลดเก่าที่ตกค้างอยู่เยอะ ซึ่งถ้าให้พูดตรงๆ อาการก่อนหายของพวกไข้หวัดนั้น น่ารำคาญมากกว่าตอนที่กำลังเป็นอยู่ซะอีก ทุกครั้งที่ผมไอ ผมพยายามบังคับกล้ามเนื้อบริเวณคอหอยให้บีบส่งเสลดออกมาในส่วนที่ผมจะสามารถขย่อนมันออกมาได้ ผมพยายามใช้เวลาเพ่งกระแสจิตไปบังคับกล้ามเนื้อบริเวณนั้นอยู่นาน และกว่าจะบ้วนออกมาได้ มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนกับว่าผมกำลังแสดงเป็นนางเอกหนังผู้ใหญ่ของญี่ปุ่นยังไงบอกไม่ถูก

 

ตามหลักของวิชาชีววิทยา กล้ามเนื้อของเราแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ ใต้จิตสำนึก และ เหนือจิตสำนึก ใต้จิตสำนึกคือกล้ามเนื้อที่เราสามารถสั่งการได้เช่น แขน ขา คอ นิ้ว ฯลฯ ส่วนเหนือจิตสำนึกคือพวกอวัยวะภายในต่างๆเช่น ม้าม ตับ ไต กระเพาะอาหาร ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่อธิบายได้ว่า เราใช้สมองสั่ง แขน ขา ให้ขยับ และเราใช้ไขสันหลังสั่งการให้กระเพาะอาหารย่อยอาหาร

 

หลังจากที่ผมได้เข้าคอร์สเรียนเต้นอยู่ซักพัก บางครั้งผมก็ค้นพบว่า กล้ามเนื้อใต้จิตสำนึกบางส่วน ก็ต้องใช้เวลาเจรจาหรือไม่ก็นั่งจับเข่าคุยกันอยู่ซักพักหนึ่งเหมือนกัน ว่าจะต้องทำยังไง มันถึงจะขยับได้อย่างอิสระ

 

หลังจากที่ผมทำงานเสร็จ ผมก็ไปตัดผม ไม่ใช่เรื่องปกติเท่าไหร่สำหรับผมที่จะตัดผมวันอังคาร เพราะว่าโดยปกติแล้วผมจะตัดผมเฉพาะวันจันทร์ โดยผมมักเชื่ออย่างสนุกๆว่า ตัดผมวันจันทร์แล้วมีเสน่ห์ แล้วผมก็รักษาความเชื่อเล็กๆของผมแบบนี้มา 3 ปี เมื่อตัดผมเสร็จ ผมก็เดินดูของและเสื้อผ้าไปเรื่อยเปื่อย แล้วก็เลือกร้านข้าวแกงกระหรี่ญี่ปุ่นเป็นมื้อเย็น เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยปกติสำหรับผมอีกเช่นกันกับการกินมื้อเย็น แต่คำขู่ของทุกคน ผมจึงต้องพยายามกินข้าวให้ครบมื้อ เพื่อที่จะได้กินยาแก้อักเสบให้ครบตามที่เภสัชและคนอื่นๆที่อยู่รอบข้างได้กำชับไว้ ซึ่งโดยสถิติแล้ว ไม่กินไม่ครบ ก็ทำแผงยาหายก่อนที่จะกินครบ ทุกที คาดว่าในอนาคตข้างหน้าผมคงได้ตายด้วยโรคลิ้นหัวใจรั่วอย่างที่พ่อผมขู่ผมไว้เป็นแน่

 

ที่ร้านข้าวราดแกงกระหรี่ ผมสังเกตได้ว่าโต๊ะข้างๆผม (ที่ถัดไปจากไอ้แว่นที่กินข้าวมูมมาม) มีเสี่ยและเด็กเสี่ยนั่งอยู่ ไม่ใช่ว่าผมเป็นคนที่มองโลกในแง่ร้ายแล้วไปใส่ร้ายแล้วด่วนสรุปเอาเองว่าเธอคนนั้นเป็นเด็กเสี่ย แต่จากประสบการณ์ที่สะสมมาอย่างไม่ตั้งใจ เมื่อพินิจและพิเคราะห์แล้ว เราก็จะสามารถบอกได้ว่าเธอคนนี้คือเด็กเสี่ย

 

ผู้หญิงสวยหน้าตาดีผมยาว ที่แขนสะพายกระเป๋าหลุยส์ที่เดาได้ว่าเป็นของแท้แน่นอน นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเสี่ยพุงพลุ้ยที่ดูกักขฬะ นั่งแผ่แอ่นไข่ เบะปากแคะขี้ฟัน

 

ทุกครั้งที่ผมเห็นเด็กเสี่ย ในใจของผมมักจะเกิดคำถามและความรู้สึกที่หลากหลายเสมอๆ สิ่งแรกเลยที่มักจะผุดขึ้นมาคือ ความทึ่งในความใจถึงของเธอ ซึ่งไม่ว่าเธอคนนั้นจะมีเหตุผลที่จำเป็นหรือเหตุผลที่ไม่จำเป็นก็ตาม ผมคิดว่าการที่สาวสวยอย่างเธอจะต้องตกเป็นทาสกามให้กับไอ้เสี่ยกักขฬะคนนั้น มันคงต้องใช้พลังกายและพลังใจไม่น้อย เพื่อที่จะได้ทำกิจกรรมเหล่านั้นให้มันผ่านลุล่วงไปได้ ผมเคยตั้งคำถามกับตัวเองเล่นๆว่า ผมจะยอมตกเป็นทาสกามให้กับผู้หญิงรุ่นราวคราวยายที่ตัณหากลับได้มั้ย เพื่อแลกกับรถยนต์เฟอร์รารี่ซักคัน คำตอบคือยังไงก็ไม่ได้ เพราะว่าผมทนคิดภาพตัวผมเองที่ต้องแสร้งทำหน้ามีความสุขและบรรจงถอดยกทรงของคุณยายตัณหากลับไม่ไหว แล้วเมื่อมองย้อนกลับมา อะไรที่ทำให้เธอคนนั้นทำได้ ผมเชื่อว่า ถ้าเธอเลือกได้ เธอก็คงอยากมีความรักที่ดี จากผู้ชายดีๆ ไม่น้อยไปกว่าความฝันของผู้หญิงคนไหน ไม่ว่าอะไรที่ทำให้เธอยอมแลกร่างกายและจิตใจของเธอได้ขนาดนั้น มันคงจะเป็นอะไรที่เธอคิดว่ามันมีค่ามากมายสำหรับเธอจริงๆ

 

จากการวิเคราะห์ดูแล้ว ผมไม่อาจสรุปได้ว่าหัวใจของเธอ อยู่ใต้จิตสำนึกหรือเหนือจิตใต้สำนึก

 

ข้าวราดแกงกระหรี่ที่ผมสั่ง นั้นเผ็ดระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับความเผ็ดที่สูงที่สุด แล้วผมก็ได้เรียนรู้ว่า ความเผ็ดของเครื่องแกงจะออกอาละวาดทันทีเมื่อกินเสร็จ (>_<)

 

Comment

Comment:

Tweet

大丈夫ですか?(*^_^*)
หายเร็วๆ นะครับ

#12 By トンディー (219.127.83.66) on 2011-05-25 14:32

ชื่อเรื่องชวนอ้วกopen-mounthed smile

#11 By ku (58.8.109.213) on 2009-05-16 03:59

ชอบตัดผมวันพุธ เพราะทำให้รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนส่วนน้อย

บางทีจิตสำนึกของบางคนก็ชอบวัตถุมากกว่า

เผ็ดก็กินนมแก้ หายนะ

#10 By plariex on 2009-02-26 23:00

เห็นหัวข้อแล้วเลยต้องขอคอมเมนต์
เนื่องจากขากเสลดไม่เป็น และมักจะรำคาญตัวเองเวลารู้สึกว่ามีอะไรเหนียวเหนียวอยู่ในคอ พยายามจะกลืนมันลงแต่มันไม่ลง นอกจากนี้ยังเป็นความรู้สึกส่วนตัวว่า การขากถุยมันดูไม่มีมารยาทอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งพวกที่ชอบทำในที่สาธารณะจะดูน่ารังเกียจมาก

#9 By wat (124.120.139.245) on 2009-02-15 22:46

สนุกดี ชอบความคิดอีกแล้ว

P.S แต่คนแก่รุ่นคุณยาย 99%

เค้าไม่ใส่เสื้อชั้นในฮับ ^^

(ไม่ต้องเสียเวลาถอด)

#8 By poo (58.9.128.209) on 2009-02-15 18:29

สนุกดี ชอบความคิดอีกแล้ว

P.S แต่คนแก่รุ่นคุณยาย 99%

เค้าไม่ใส่เสื้อชั้นในฮับ ^^

(ไม่ต้องเสียเวลาถอด)

#7 By poo (58.9.128.209) on 2009-02-15 18:29

เหมือนกันเลยค่ะ
ขากไม่เป็นเหมือนกัน
แถมเรอก้อไม่เป็นอีก่างหาก
2ปีมันจะเรออกมาตามธรรมชาติครั้งนึงค่ะ555+
นั้นสิ อ่านเพลินจัง

#5 By khom on 2009-02-07 14:25

สรุปได้ว่าข้าวราดแกงกระหรี่มื้อนี้มีข้อมูลแน่นจริงๆ
หลายร้อยเหตุผลของคนแต่ละคนอยากค้นพบความสุขที่แท้จริงกันทั้งนั้นแต่สังคมปัจจุบันความสะดวกสบายถูกครอบงำจิตใจคนไปแล้วจ้า

#4 By lawyerspicy (61.7.144.254) on 2009-01-05 16:30


ครั้งนี้อ่านแล้ว รู้สึกว่าบาร์จมีข้อมูล รายละเอียดเยอะ
การใช้ภาษา เยอะ
แต่พออ่านแล้วรวมๆ งง ง่ะ

#3 By vanvan (58.137.129.220) on 2008-12-25 19:09

Get well soon นะคะพี่บาร์จ

#2 By Mango Hotel on 2008-12-24 11:41

บาร์จอั๊พบล็อกแล้ว ดีใจ
เขียนดี ชอบ

หายเร็วๆ นะครับ big smile

#1 By Bickboon on 2008-12-24 05:04